รังสีรักษาและมะเร็งวิทยาจุฬาฯ กับเครื่องฉายรังสี ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ

รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา จุฬาฯ กับเครื่องฉายรังสีที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์และความสามารถของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่พัฒนาไม่หยุดยั้ง ทุกวันนี้ “มะเร็ง” จึงเป็นโรคที่รักษาได้ และมีอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นด้วย

หากกล่าวถึงวิธีรักษาโรคมะเร็ง หลายคนคงคิดถึงการให้คีโมหรือเคมีบำบัดมาเป็นสิ่งแรก แต่เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับเทคโนโลยีรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ณ สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บริหารงานโดย รศ.พญ.กาญจนา โชติเลอศักดิ์ หัวหน้าสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา และ รศ.นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญที่จะพาเราไปรู้จักกับเครื่องมือสุดล้ำนี้ด้วย

รศ.พญ.กาญจนา โชติเลอศักดิ์ อธิบายว่า รังสีรักษาคือ การรักษาโรคมะเร็งและรอยโรคที่ไม่ใช่โรคมะเร็งด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออนุภาคซึ่งเป็นรังสี โดยอาศัยคุณลักษณะของรังสีแต่ละชนิดในการทำลายเซลล์ ซึ่งวิธีการรักษาจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกคือ การใช้รังสีรักษาระยะไกล ซึ่งมีต้นกำเนิดรังสีห่างจากบริเวณที่จะรักษา เช่น เครื่องฉายรังสีโคบอลต์ 60 และเครื่องเร่งอนุภาค เป็นต้น และกลุ่มที่สองคือ การใช้รังสีรักษาระยะใกล้ ซึ่งมีต้นกำเนิดรังสีอยู่ชิดหรือภายในบริเวณที่จะรักษา สำหรับสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้เปิดให้บริการรักษามะเร็งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ให้การรักษาด้วยรังสีที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องฉายรังสีปรับความเข้ม เครื่องฉายรังสีศัลยกรรม เครื่องใส่แร่ 3 มิติ เครื่องจำลองการฉายรังสี เครื่องติดตามการเคลื่อนที่ของก้อนมะเร็งขณะหายใจเข้าออก ปัจจุบันมีเครื่องฉายรังสีมากถึง 6 เครื่อง จึงช่วยลดระยะเวลาการรอคอยเข้ารับการรักษาเหลือเพียงเฉลี่ยไม่เกิน 3 สัปดาห์ และจากสถิติสามารถให้บริการฉายรังสีในปี 2558 มากถึง 3,347 ราย ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทยด้วย

และนี่คือ 10 เหตุผลที่ผู้ป่วยเลือกมารักษามะเร็งที่สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

  1. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศที่มีชื่อเสียงมาช้านาน
  2. สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา เป็นแหล่งผลิตแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา อันดับต้นของประเทศ
  3. เรามีบุคลากรแบบสหสาขา ตั้งแต่ศัลยแพทย์ครบทุกด้าน, รังสีแพทย์, อายุรแพทย์, แพทย์พยาธิวิทยา (ดูผลชิ้นเนื้อ), นักฟิสิกส์การแพทย์, นักรังสีเทคนิค, พยาบาล ซึ่งทำงานร่วมกันและให้บริการอย่างครบวงจร
  4. เรามีเครื่องมือรักษาโรคมะเร็งที่ได้มาตรฐานและเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี สนับสนุนโดยสภากาชาดไทยและรัฐบาล
  5. ค่าใช้จ่ายในการรักษามีความสมเหตุสมผลและอิงตามราคาของกรมบัญชีกลาง ผู้ป่วยบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้
  6. เรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านงานบริการ และการควบคุมคุณภาพผ่านทีมงาน Patient Care Team และผ่านการตรวจจากสำนักงานพัฒนาคุณภาพ (HA)
  7. เรามีหอผู้ป่วยใน ณ ตึก ว่องวานิช ซึ่งรับผู้ป่วยหนักทั้งชาย หญิง และผู้ป่วยพิเศษได้มากถึง 68 เตียง ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยยามที่มีอาการทรุดลง
  8. เปิดบริการตั้งแต่ 7.00-19.30 น. รับทั้งผู้ป่วยในและนอกเวลาราชการ เพื่อรองรับกับปริมาณผู้ป่วยที่ไว้วางใจในบริการและคุณภาพจากเรา
  9. สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใจกลางเมือง สามารถโดยสารรถไฟฟ้า BTS และลงได้ที่สถานีศาลาแดง หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม และเดินถึงสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยาได้ใน 15 นาที
  10. เรามีการพัฒนาทางวิชาการ โดยมีงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

และอีกหนึ่งข่าวดีที่นับเป็นก้าวสำคัญของการรักษาโรคมะเร็งในยุคใหม่นั่นคือ เครื่องฉายโปรตอน มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทถือเป็นเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยาจะนำมาให้บริการผู้ป่วยในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฉายอนุภาคเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่ตรงจุดมากขึ้น ผลข้างเคียงน้อยลง และใช้งานในผู้ป่วยเด็กได้ดีกว่าเดิม

ไม่เพียงเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเท่านั้นที่ผู้ป่วยไว้วางใจ แต่การให้บริการดูแลเอาใจใส่ และอยู่เคียงข้างกัน คือหัวใจสำคัญของการต่อสู้กับโรคร้าย เพราะเราเชื่อว่าไม่มีใครอยากจะเผชิญกับโรคมะเร็งเพียงลำพัง สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางไปกับผู้ป่วยและครอบครัว ตลอดเส้นทางที่ยาวไกลเส้นนี้