เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด รักษา ต้อกระจก แห่งเดียวในไทย แห่งแรกในอาเซียน

ปัจจุบันความตื่นตัวต่อการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยนั้นถือเป็น เรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อ รักษาโรคและภาวะต่างๆที่เกิดจากความเสื่อมถอย ในผู้สูงอายุหนึ่งในภาวะนั้นก็คือ “ต้อกระจก” ซึ่งเป็นภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัว แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปในตาได้ ตามปกติ ทําให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพได้ไม่ชัดหรือพร่ามัว ทั้งนี้ จากสถิติอุบัติการณ์ ต้อกระจกในประเทศไทย พบต้อกระจกชนิดที่ทําให้ตาบอดเกิดใหม่ปีละ 60,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และในปัจจุบันพบผู้ป่วย ที่อายุต่ํากว่า 60 ปี มีภาวะต้อกระจกเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยนําร่องที่เข้ารับบริการรักษา ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2559 มีอายุเฉลี่ย ในวัยเพียง 30 เศษเท่านั้น

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เล็งเห็นถึงความสําคัญของการรักษาต้อกระจก อย่างครบวงจร  ด้วยการผ่าตัดที่มีความแม่นยําสูงสุด จึงได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการรักษาต้อกระจก เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ ซึ่งได้จัดงานแถลงข่าว ณ บริเวณชั้นล่าง อาคาร สธ (อาคารเพื่อผู้สูงอายุ) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2560 นําโดย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อํานวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ หัวหน้าภาควิชา/ฝ่ายจักษุวิทยา รศ.(พิเศษ) นพ.ภาคภูมิ คัมภีร์พันธุ์ อาจารย์ประจําฝ่ายวิชาจักษุวิทยา และ รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์ เลเซอร์สายตา พร้อมด้วย นางพรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ร่วมแถลงข่าวด้วย

รศ.นพ.ปริญญ์ กล่าวว่า เพราะความแม่นยํา คือหัวใจของเทคโนโลยีการรักษาต้อกระจกซึ่งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ได้นําร่องผ่าตัดต้อกระจกให้กับผู้ป่วยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา มีลักษณะเป็นชุดเครื่องมือ (Suite) เรียกว่า CataractSuite & Laser Aberrometer มีมูลค่าทั้งชุดสูงถึง 30 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องมือ 4 ชุดที่มีความแม่นยําในการรักษาทุกขั้นตอน ได้แก่

    1. ชุดเครื่องมือวิเคราะห์ วางแผนก่อนการผ่าตัด และกําหนดตําแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล เครื่องนี้ จะช่วยในการวัดค่าต่างๆได้อย่างแม่นยําและเก็บข้อมูลที่จําเป็นสําหรับการผ่าตัดอาทิ สัดส่วนดวงตา ความผิดปกติ ที่จุดศูนย์กลางรับภาพ ภาพถ่ายเส้นเลือดรอบดวงตา ค่าความโค้งกระจกตา ฯลฯ
    2. เครื่องเลเซอร์ต้อกระจก (Femtosecond Laser) คุณสมบัติที่สําคัญของเครื่องนี้คือ สามารถฉายแสงเลเซอร์ลงไปบนกระจกตาตามตําแหน่งที่กําหนดไว้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยําโดยเลเซอร์จะตัดถุงเยื่อหุ้มเลนส์ตาด้านหน้า และตัดเนื้อเลนส์ตาเป็นชิ้นเล็กไว้ล่วงหน้า เพื่อลดพลังงานที่จะใช้จากเครื่องผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง และยังสามารถใช้เลเซอร์ตัดกระจกตาแทนการใช้ใบมีดได้ด้วย แพทย์จะใช้เครื่องนี้ เข้ามาช่วยเสริมในบางขั้นตอนของการผ่าตัดต้อกระจกตามวิธีมาตรฐานที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการสลายเลนส์ตาที่ขุ่นมัวและดูดออก
    3. เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification Machine) ที่เชื่อมต่อการควบคุม กับเครื่อง Digital Marking System ที่เป็นระบบดิจิตอลช่วยให้การวางเลนส์ แก้วตาเทียมชนิดแก้สายตาเอียง แม่นยําขึ้น และฉายภาพการควบคุมขั้นตอนต่างๆ ของการผ่าตัดต้อกระจกในกล้องผ่าตัดของจักษุแพทย์ได้
    4. เครื่องตรวจวัดค่าสายตาระหว่างการผ่าตัดแบบเรียลไทม์ (Laser Aberrometer) เครื่องนี้ถือเป็นไฮไลท์ของการรักษาทันสมัยและโดดเด่นด้วยความสามารถในการวัดค่าสายตาระหว่างการผ่าตัดได้ทั้งก่อนใส่ และหลังใส่เลนส์แก้วตาเทียม ช่วยในการแนะนําองศาของเลนส์ กําลังของเลนส์ และยืนยันตําแหน่งของเลนส์ได้อย่าง แม่นยําสูงสุดทําให้แพทย์สามารถเลือก เลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสมกับปัญหาสายตาของผู้ป่วยแต่ละราย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีค่าสายตาใกล้เคียง 0 หรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยเทคโนโลยีนี้จะเพิ่มเวลาในการผ่าตัดสลายต้อกระจกอีกเพียงแค่ 1-2 นาทีเท่านั้น (จากปกติจะใช้เวลา ในการผ่าตัดประมาณ 10-20 นาที)เป็นบริการพิเศษที่ผู้ป่วยจะได้รับ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่ารักษาพยาบาลปกติแต่อย่างใดและเชื่อว่ามีประโยชน์อย่างมากในผู้ป่วยที่มีสายตาสั้น หรือยาวมาก และในผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนในการวัดเลนส์

เพราะความแม่นยำ คือหัวใจของเทคโนโลยีการรักษาต้อกระจก

รศ.นพ.ปริญญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าใช้จ่ายสําหรับการรักษาต้อกระจก

ในผู้ป่วยแต่ละราย จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ต้องใช้ในการรักษาตาม ดุลยพินิจของแพทย์ และชนิดของเลนส์เทียม แต่สําหรับผู้ป่วยบางรายที่ต้องใช้เครื่อง เลเซอร์ต้อกระจก (Femtosecond Laser) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพียง 15,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่ารักษาที่ต่ำที่สุดของการใช้เครื่องเลเซอร์ต้อกระจกในโรงพยาบาล ของประเทศไทย

รศ.นพ.ปริญญ์ กล่าวถึงประโยชน์ของการรักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยี ใหม่ล่าสุดนี้ว่า ทําให้ความแม่นยําในการผ่าตัด การเลือกเลนส์แก้วตาเทียม และ ผลการผ่าตัดดีขึ้น สําหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษา ได้ที่อาคาร ภปร (ชั้น 11) ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 16.00 น. และ คลินิกนอกเวลาตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 20.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. – 12.00 น.

เพราะดวงตามีความสําคัญต่อทุกชีวิต การให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ดี ที่สุดเพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นโลกที่สดใสได้อีกครั้งหนึ่งจึงเป็นพันธกิจสําคัญ ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย