บอกลาอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุ ด้วยการ “ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม”

“อาการปวดเข่า” เป็นอีกหนึ่งอาการที่บ่งบอกถึงความเสื่อมถอยของร่างกายในผู้สูงอายุ เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยิน ประโยคที่ว่า “จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย” อยู่บ่อยครั้ง อาการเช่นนี้ถือว่านั่นทอนคุณภาพชีวิต และอิสระในการเคลื่อนไหวของ ผู้สูงอายุอย่างยิ่ง คอลัมน์ “บอกเล่าก้าวทันหมอ” ฉบับนี้ จึงขอนําผู้อ่านมารู้จักกับวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัด เปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งเป็นแบบแผนของการผ่าตัดในประเทศไทยโดยอาจารย์แพทย์ออร์โธปิดิกส์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.นพ.อารี ตนาวลี หัวหน้าฝ่ายออร์โธปิดิกส์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และหัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญข้อสะโพกและข้อเข่า กล่าวว่า การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมระยะท้าย ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า นับเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง โดยฝ่ายออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นแห่งแรกของประเทศและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ริเริ่มการ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าที่เรียกว่า “ผ่าตัดแผลเล็ก” หรือชื่อเต็มคือ “วิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว ที่เราได้ช่วยบรรเทาอาการ เจ็บปวดและมอบคุณภาพชีวิตที่ดี เทียบเท่าคนปกติให้กับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมใน ประเทศไทย

อ.นพ.สีหทัธ งามอุโฆษ แพทย์ออร์โธปิดิกส์ ข้อสะโพกและข้อเข่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ควรสงสัยว่า ตัวเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมคือ ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มีอาการปวดเข่า เข่าผิดรูป เช่น เข่าโก่ง เข่าเก เป็นต้น ทรงตัวไม่ค่อยดี ทําให้เดินแล้วล้มง่าย โดยอาการอาจจะ เป็นๆ หายๆ แต่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้ที่เริ่มเป็นโรคข้อเข้าเสื่อมในช่วงอายุ 45 ปี ความเสื่อมของข้อที่เกิดขึ้นนั้น จะมีระยะเวลาในการพัฒนาไปอีก 15 ปีโดยประมาณ ก่อนจะเข้าสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย สําหรับปัจจัยอื่นๆ ที่เพิ่มความเสี่ยง ของการเกิดโรคที่นอกเหนือไปจากอายุที่มากขึ้น ได้แก่ กรรมพันธุ์ ภาวะอ้วน การออกกําลังกายหรือการทํากิจกรรมที่เกิดแรงกระแทกที่ข้ออย่างซ้ําๆ หรือมากเกินไป เป็นต้น

ศ.นพ.อารี อธิบายว่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะเป็นวิธีเด็ดขาด ซึ่งใช้ในผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาด้วยยา หรือวิธีอื่นๆ มาแล้ว แต่อาการ ก็ยังไม่ดีขึ้น จนกระทั่งแพทย์ลงความเห็นว่าสมควรรักษาด้วยวิธีผ่าตัด สําหรับระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะอยู่ ระหว่าง 90-120 นาที ต่อการผ่าตัดข้อเข่า 1 ข้าง โดยแพทย์ออร์โธปิดิกส์จะทํางานร่วมกับวิสัญญีแพทย์ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวทันที หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัดและ ไม่รู้สึกเจ็บ เพราะด้วยวิธีการทางวิสัญญีวิทยาแบบใหม่ อีกทั้งยังสามารถขยับขาได้เร็วขึ้นด้วย ผู้ป่วยจะใช้เวลา พักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 3-4 วัน ในระหว่างที่พักฟื้นก็จะฝึกให้ผู้ป่วยเดินด้วย Walker (อุปกรณ์ช่วยเดิน) ทั้งนี้ผู้ป่วยสามารถ ลงน้ําหนักขาข้างที่ผ่าตัดได้เต็มที่ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการทรงตัวมากขึ้น และในวันที่ 3-4 หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยก็สามารถ กลับบ้านได้และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจําวัน โดยที่ไม่ต้องมีผู้ดูแลคอยช่วยประคองเดิน

ภายใน 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด แพทย์จะนัดหมายผู้ป่วยเข้ามา ดูความเรียบร้อยของแผลผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องตัดไหมแล้ว เนื่องจากเป็นการเย็บแผลด้วยไหมละลาย รวมถึงทดสอบความสามารถในการเดิน การรับน้ําหนัก และการงอเข่า ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถ เดินขึ้นลงบันไดได้ภายในสัปดาห์แรก และทุกๆ สัปดาห์ก็จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น  ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเข่าไปแล้ว 1 ข้าง และอาจต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอีกข้างหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการผ่าตัดข้อเข่าอีกข้างหนึ่งภายในเวลา 6 สัปดาห์ หลังการผ่าตัดข้างแรก ทําให้สถิติการให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าของฝ่ายออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 900-1,000 รายต่อปี

สําหรับข้อดีของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบแผลเล็ก คือ ผู้ป่วยจะฟื้นตัว และเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ได้เร็วขึ้นและในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่มีขาผิดรูปทรง เมื่อได้ รับการผ่าตัดแล้วก็จะช่วยให้ขาตรงเข้ารูปได้อีกด้วย นอกจากนี้ ข้อเทียมที่เลือกใช้ ยังเป็นข้อเทียมรุ่นที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็น เทคโนโลยีที่พัฒนาถึงจุดที่ดีที่สุดในปัจจุบันและกลายเป็นวิธีการผ่าตัดที่ อยู่ในระบบการเรียนการสอน ของแพทย์ประจําบ้านในประเทศไทยด้วย

            ” สิ่งที่ควรระวังคือ การใช้งานข้อเข่าธรรมชาติที่ผิดประเภท เช่น พับข้อเข่าบ่อยๆ การนั่งยอง นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือ นั่งคุกเข่าเป็นประจํา จะเป็นปัจจัยเร่งให้กระบวนการเสื่อม ของข้อเข่าเกิดเร็วขึ้น ทั้งนี้ การบริหารร่างกายด้วยการ เหยียดข้อเข่าให้ตรงก็จะช่วยให้ข้อเข่ามีความกระชับ รวมถึง การควบคุมน้ําหนักตัวเพื่อไม่ให้ข้อเข่าต้องแบกรับน้ําหนักที่ มากเกินไป ก็จะช่วยให้ข้อเข่าเสื่อมช้าลงได้ “