อินนูลินจากแก่นตะวัน ใยอาหารละลายน้ำชนิดพิเศษ


โรคอ้วนนับเป็นปัญหาสุขภาพของคนทุกเพศ ทุกวัย ทั้งใน
ประเทศไทยและทั่วโลก คอลัมน์ “บอกเล่าก้าวทันหมอ” จะพาผู้อ่านมาพูดคุยกับ ผศ.(พิเศษ) พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ทำการศึกษาวิจัยและคิดค้นการสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันเพื่อให้ได้ใยอาหารละลายน้ำชนิดพิเศษ นำมาเป็นตัวช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เพื่อให้การดูแลรักษาโรคอ้วนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผศ.(พิเศษ)พญ.ชนนิกานต์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคอ้วน
มีความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้และมักขาดจุลินทรีย์ที่ดี
บางประเภท จากการวิจัยพบว่า อินนูลินจากแก่นตะวันที่สกัดด้วยวิธีพิเศษที่พัฒนาขึ้นนี้ มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกที่ช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้แบบจำเพาะได้ โดยทำการทดสอบในห้องทดลองพบว่า ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตได้ดีกว่าอินนูลินที่ผลิตจากพืชชนิดอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ

อินนูลินพบในหัวหรือรากของพืชผัก ผลไม้และสมุนไพรหลายชนิด เช่น หอมหัวใหญ่ ชิโครี (Chicory) กระเทียม กล้วยหอม และข้าวบาร์เลย์แต่พบว่า “แก่นตะวัน (Jerusalem Artichoke)” นั้นมีปริมาณอินนูลินสูงถึงร้อยละ 15 – 20 ของน้ำหนักแห้ง

ควบคุมน้ำหนักด้วยการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้

กรดไขมันสายสั้นที่ได้จากการย่อยอินนูลินจากแก่นตะวันโดยจุลินทรีย์สุขภาพเป็นสารตัวกลางสำคัญในการทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

  • ควบคุมความรู้สึกหิว/อิ่ม
  • ลดการสะสมของไขมันในร่างกาย
  • ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม

อินนูลินจากแก่นตะวัน
การปรับสมดุลลำไส้เพื่อรักษาโรคอ้วนในเด็ก
ไร้ผลข้างเคียงครั้งแรกของโลก

ผศ.(พิเศษ)พญ.ชนนิกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ดำเนินการคิดค้นวิธีการสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันด้วยวิธีพิเศษดังกล่าวร่วมกับ รศ.ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผศ.(พิเศษ)พญ.ชนนิกานต์ ได้ดำเนินการวิจัยทางคลินิกในการให้อินนูลินจากแก่นตะวันในเด็กโรคอ้วนอายุ 7 – 15 ปี พบว่า เมื่อเด็กรับประทานอินนูลินจากแก่นตะวันเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ครั้งติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน สามารถปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ของเด็กโรคอ้วนให้เป็นปกติ โดยไม่พบผลข้างเคียงใดๆ แตกต่างจากงานวิจัยในต่างประเทศที่ใช้อินนูลินจากพืชชนิดอื่นและผ่านกระบวนการสกัดด้วยวิธีอื่นซึ่งพบผลข้างเคียง เช่น ท้องอืดและท้องเสีย สูงถึงร้อยละ 30 – 40

งานวิจัยนี้ยังได้รับรางวัลระดับโลก FISPGHAN Abstract Award for the Best Oral Presentation อันดับที่ 1 เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

จากผลการวิจัยดังกล่าว จึงเชื่อมั่นว่าสามารถนำอินนูลินจากแก่นตะวันไปใช้ในผู้ป่วยโรคอ้วนได้ทุกช่วงวัย รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวก็สามารถรับประทานได้เช่นเดียวกัน

อินนูลินจากแก่นตะวันมีประสิทธิภาพสูงเมื่อนำผงอินนูลินจากแก่นตะวันที่สกัดด้วยวิธีพิเศษมาละลายในน้ำ โดยแนะนำให้ดื่มก่อนรับประทานอาหารมื้อเย็น เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและรับประทานอาหารน้อยลง ควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ได้ผลดีต่อการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เพื่อดูแลรักษาโรคอ้วน

นอกจากนี้ ผศ.(พิเศษ)พญ.ชนนิกานต์ ยังต่อยอดด้วยการพัฒนาเครื่องดื่มอินนูลินรสโกโก้ที่คงคุณสมบัติการเป็นพรีไบโอติกไว้อย่างสมบูรณ์ แต่มีรสชาติถูกปากยิ่งขึ้น เด็กดื่มง่าย ผู้ใหญ่ดื่มดี พร้อมทั้งมีการสุ่มตรวจตัวอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีปริมาณอินนูลินตามมาตรฐานที่กำหนด ปราศจากโลหะหนักและยาฆ่าแมลงเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด นับเป็นจุดเริ่มต้น
ของการเพิ่มคุณค่างานวิจัยให้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ผศ.(พิเศษ) พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โทร. (02) 256 4951 หรือ E-mail: chonnikant.v@chula.ac.th
รศ.ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โทร. (02) 218 8357 หรือ E-mail: supakarn.c@pharm.chula.ac.th