ศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก

              หลังจากฉบับที่แล้ว คอลัมน์ CU Excellence Center ได้พาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ที่มีบทบาทในการศึกษาวิจัย เชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ฉบับเดือนมีนาคมนี้ เราก็จะยังคงอยู่กับเรื่องโรคอุบัติใหม่ แต่จะเป็นการย้ายมาดูทางฝั่งของงานบริการผู้ป่วยกันบ้าง กับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อมีผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่เข้ามารับการรักษาหรือมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเกิดขึ้น ศูนย์ความเป็นเลิศฯ แห่งนี้จะมีวิธีการรับมืออย่างไร อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ


เราให้บริการผู้ป่วย
และควบคุมการแพร่ระบาด
ของเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่
ที่กระจายอย่างรวดเร็ว
และรุนแรงขึ้น

              ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เล่าให้ฟังว่าศูนย์ฯ แห่งนี้มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานเช่นเดียวกับศูนย์วิทยาศาสตร์ สุขภาพโรคอุบัติใหม่ นั่นคือ การเล็งเห็นถึงความสำคัญของการควบคุมการ แพร่ระบาดของโรค/เชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและ รุนแรงขึ้น แต่บทบาทที่แตกต่างกันก็คือ ศูนย์ฯ แห่งนี้จะมุ่งเน้นการทำงานเชิงคลินิกหรือการให้บริการผู้ป่วย ด้วยการสร้างความพร้อมทั้งในเชิงโครงสร้าง อาคาร อุปกรณ์ทางการแพทย์และระบบการปฏิบัติงาน เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และในขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่ผู้ป่วยโรคอื่นๆ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้วย
              ไม่เพียงแต่โรคอุบัติใหม่เท่านั้น โรคอุบัติซ้ำที่ทวีความรุนแรงมาก ขึ้นก็เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ทั้งนี้ ผศ. (พิเศษ) นพ.กำพล สุวรรณพิมลกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาโรคติดเชื้อ กล่าวว่า กลุ่มผู้ป่วย “วัณโรคดื้อยาหลายขนาน” เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเชื้อที่เป็นปัญหาในประเทศไทยเละปัญหาทั่วโลกอย่างมากในปัจจุบัน อันเป็นผลมาจากการรักษาวัณโรคที่ไม่ถูกวิธีและขาดการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง (Lost to follow up) ส่งผลให้เกิดวัณโรคดื้อยาหลายขนานเพิ่มมากขึ้น โดยการรักษาจะมีความ ซับซ้อนขึ้นในทุกมิติ อาทิ ต้องใช้ยาที่มีผลข้างเคียงมากขึ้น ผู้ป่วยต้องมาโรงพยาบาลเพื่อฉีดยานานอย่างน้อย 6 เดือน ค่าใช้จ่ายเรื่องยาสูงขึ้นกว่า 50 เท่า (จากวัณโรคที่ไม่ดื้อยา ประมาณ 3,000 บาท/ราย เพิ่มขึ้นเป็น 150,000 บาท/ราย เมื่อกลายเป็น วัณโรคดื้อยาหลายขนาน) อีกทั้งระยะเวลาในการรักษาต้องนานขึ้นจาก 6 เดือน เป็น 18 เดือน ดังนั้นการรับมือกับผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาของศูนย์ฯ แห่งนี้ คือ การเปิดบริการ “คลินิกพิเศษ” เพื่อติดตามอาการของผู้ป่วยทั้งวัณโรคไม่ดื้อยา และวัณโรคดื้อยาหลายขนานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง มีทีมจากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมดูแลรักษาและติดตามผู้ป่วย เช่น แพทย์อายุรกรรมโรคปอด แพทย์อายุรกรรม สาขาวิชาโรคติดเชื้อ เภสัชกร พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร One stop service โดยมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในรักษาวัณโรค หยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคสู่คนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นต้นแบบที่ดีของโรงเรียนแพทย์ ในการดูแล รักษาติดตามผู้ป่วยวัณโรคแบบครบวงจร

              ในด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล (Infection Control : IC) ผศ. (พิเศษ) พญ.เลลานี ไพฑูรย์พงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคติดเชื้อ กล่าวว่า การควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลนั้นหมายรวมถึงโอกาสที่จะติดเชื้อระหว่างผู้ป่วยสู่ผู้ป่วยอื่นๆ และผู้ป่วยสู่บุคลากรทาง การแพทย์ ด้วยการลดโอกาสในการสัมผัส (Expose) กับเชื้อโรคในทุกช่องทาง ได้แก่ การปรับปรุงพื้นที่อาคารจงกลนี ชั้น 4 เพื่อใช้เป็นห้องแยก พิเศษขั้นสูง สำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำรุนแรง โดยเฉพาะ การใช้ระบบเซนเซอร์สั่งการเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคบนพื้นผิวต่างๆ การแยกลิฟท์สำหรับขนส่งผู้ป่วยจากแผนกฉุกเฉินสู่ห้องผู้ป่วย โรคติดเชื้อ เป็นต้น สำหรับในอนาคตนั้น ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคอุบัติใหม่ทางคลินิกกำลังจะก้าวไปสู่การใช้ UV-C Disinfection Robots หรือหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถฆ่าเชื้อได้ถึงระบบสปอร์ของเชื้อราและไวรัสด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต-ซี (UV-C) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเข้าไปปฏิบัติงานในห้องของผู้ป่วยโรคติดเชื้อ
              ผศ.นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะใช้นวัตกรรมทางการ แพทย์เพื่อรับมือกับโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำรุนแรงแล้ว การสร้างความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลให้แก่บุคลากร ผู้เกี่ยวข้องก็เป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญที่จะผลักดันให้ศูนย์ความเป็นเลิศ ทางการแพทย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นต้นแบบ ของงานบริการผู้ป่วยโรคติดเชื้อให้กับสถาบันทางการแพทย์อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในอนาคต