บริจาคร่างกายและอวัยวะ

ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือ การบริจาคร่างกายและอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ

การบริจาคร่างกายและอวัยวะ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่องานบริการทางการแพทย์ และการศึกษาด้านการแพทย์

บริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคอวัยวะที่ยังมีสภาพสมบูรณ์เพื่อใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีอื่น หรือเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย อาจได้จากอวัยวะของผู้มีจิตศรัทธาซึ่งได้แสดงเจตนารมณ์ในการบริจาคอวัยวะเอาไว้ หรือได้จากญาติที่มีความประสงค์จะบริจาค

ปัจจุบันผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะมีมากถึง 5,220 ราย แต่ในปี พ.ศ.2559 ศูนย์รับบริจาคอวัยวะได้รับการบริจาคอวัยวะจากผู้ป่วยสมองตายเพียง 220 รายเท่านั้น

การบริจาคอวัยวะถือเป็นการสร้างประโยชน์และความสุขอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เรียกได้ว่าเป็นการให้ชีวิตใหม่ ให้ผู้ป่วยได้กลับคืนสู่สังคมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ดูแลครอบครัวและคนที่รัก อีกทั้งยังมีโอกาสได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

 

 

ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ

  1. กรอกรายละเอียดในใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะให้ชัดเจน ที่ http://www.organdonate.in.th/About_Donation/donate_process.html
  2. พิมพ์ใบแสดงความจำนงบริจาค ส่งเอกสารมายังศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ตามที่อยู่ดังนี้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
    อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺโน) ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330ทั้งนี้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้
  3. หลังจากที่ท่านได้รับบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ แล้ว กรอกชื่อและรายละเอียดการบริจาคลงในบัตร
  4. เก็บบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้กับตัวท่าน หากสูญหายกรุณาติดต่อกับศูนย์    รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
  5. ควรแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะไว้ในระหว่างมีชีวิต
  6. ภายหลังจากเสียชีวิต ญาติของผู้แสดงความจำนงในการบริจาคควรโทรแจ้งศูนย์บริจาคอวัยวะทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต ที่เบอร์โทรศัพท์ 1666 หรือ 02 256 4045-6 โดยภายหลังจากผ่าตัดนำอวัยวะออก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง แพทย์จะตกแต่งร่างให้คงเดิมและมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้

 

คำถามที่พบบ่อย

ถาม : ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย คืออะไร

ตอบ : ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย คือ การที่ระบบประสาทส่วนกลางหรือสมองไม่สั่งงาน ทำให้ระบบการหายใจหยุดทำงานหัวใจไม่บีบตัว ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ถือว่าผู้นั้นไม่สามารถรักษาให้มีชีวิตอยู่ได้  

 

ถาม : ข้อกำหนดในการบริจาคอวัยวะ มีอะไรบ้าง

ตอบ : 1.ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี

2.เสียชีวิตจากภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่างๆ

3.ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง

4.ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคตับ และไม่ติดสุรา

5.อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี

6.ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ

 

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์   

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคอวัยวะได้ที่

  • ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย   www.organdonate.in.th
    โทรศัพท์ 1666 หรือ 02  256 4045-6

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคอวัยวะ/ดวงตา โดย

  • บริจาคให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย”  ธนาคารกรุงไทย สาขา สุรวงศ์  เลขที่บัญชี 023-008166-5

เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ของ ช่วยให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตใหม่ ได้มองเห็นคนที่รักและได้อยู่ดูแลครอบครัว ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

 

ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนกระจกตาอยู่จำนวนมากถึง 11,027 ราย แต่ในปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้รับการบริจาคดวงตาจากผู้เสียชีวิตเพียง 847 ราย และมีผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเพียง 763 ราย เท่านั้น 

 

การบริจาคดวงตา เป็นการแสดงความจำนงตั้งแต่ยังมีชีวิต เพื่อมอบดวงตาของตนเองภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจะได้นำไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วย เพื่อให้สามารถกลับมามองเห็นได้เป็นปกติอีกครั้ง

 

ขั้นตอนการบริจาคดวงตา

1.ผู้ที่สนใจบริจาคดวงตาสามารถแสดงความจำนงในการบริจาคดวงตาได้คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เป็นต้นไป โดยสามารถแสดงความจำนงได้ที่ http://eyebank.redcross.or.th/eyebankthai/donationwebsite/register-donor

2.เมื่อบริจาคดวงตาแล้วจะได้รับบัตรประจำตัวผู้บริจาคดวงตา ควรพกบัตรผู้บริจาคติดตัวไว้และแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคดวงตาไว้ในระหว่างมีชีวิต

3.ในกรณีบริจาคอวัยวะแทนญาติ กรุณาโทรแจ้งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยทันทีที่ผู้บริจาคเสียชีวิต ที่หมายเลข  081 902 5938, 081 836 4927 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ และเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด ญาติของผู้แสดงความจำนงในการบริจาคควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต เพื่อให้ศูนย์ดวงตาได้จัดเก็บดวงตาโดยเร็วที่สุด ซึ่งควรจัดเก็บให้เรียบร้อยภายใน 6-8 ชั่วโมง

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคดวงตาได้ที่

  • ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย    www.eyebankthai.com 
    โทรศัพท์ 02  256 4039-40

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคดวงตา โดย

  • บริจาคให้ศูนย์ดวงตาฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-231390-2  

 

 

การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา คือเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับวงการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างมาก กล่าวคือเพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน ในการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์  เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางได้ทำการฝึกผ่าตัด  และเพื่อเก็บโครงกระดูกไปใช้ในการศึกษาต่อไป

ร่างกายของผู้บริจาค สามารถสร้างประโยชน์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ ได้ดังนี้

  1. เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
  2. เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
  3. เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
  4. เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์
  5. เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางฝึกผ่าตัด
  6. เพื่อเก็บโครงกระดูกเพื่อการศึกษาตลอดไป

 

ขั้นตอนการบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา

การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษานั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาสภาพของร่างกายที่ต้องการอุทิศไว้ให้สมบูรณ์มากที่สุด โดยสามารถศึกษาระเบียบ ขั้นตอน และวิธีการดำเนินการ ดังนี้

 

‘ระเบียบการอุทิศร่างกายให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการ รักษาการแพทย์ฉบับเต็ม’  ได้ที่

http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1/images/general/anatomy_v2.pdf

 

‘ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา’ ได้ที่

http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1/images/rules/step.pdf

 

สามารถแสดงความจำนงในการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ดังนี้

    1. นำบัตรประจำตัวประชาชน มาเป็นหลักฐานในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกาย
    2. มาแสดงความจำนงโดยตรงที่สถานรับอุทิศร่างกาย ได้แก่ ศาลาทินทัต หรือฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 11 และศูนย์ฝึกอ่าตัด อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 4 ซึ่งจะได้รับบัตรแสดงความจำนงอุทิศร่างกายภายใน 10 นาที หรือ ส่งเอกสารแสดงความจำนงมาทางไปรษณีย์พร้อมจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ติดแสตมป์แล้วส่งมาที่แผนกอุทิศร่างกายฯศาลาทินทัต รพ.จฬุาฯซึ่งจะส่งบัตรกลับไปให้ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1-2 เดือน
    3. เมื่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาเรียบร้อยแล้ว ควรแจ้งให้ สามี ภรรยา ทายาท ญาติ  หรือผู้ใกล้ชิดทราบไว้ เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเมื่อผู้อุทิศร่างกายฯ ถึงแก่กรรม

 

 

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: จะติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ ได้ที่ไหนบ้าง?

ตอบ: สามารถติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ได้ 3 ช่องทาง คือ

  1. ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.

สอบถามรายละเอียดที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4628 ต่อ 7

  1. ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ชั้น 11 และศูนย์ฝึกผ่าตัด ชั้น 4 อาคารแพทยพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในช่วงวันและเวลาราชการ
  2. แจ้งความจำนงอุทิศร่างกายฯ ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1

 

ถาม: มีข้อกำหนดอะไรบ้างเกี่ยวกับการเป็นผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา?

ตอบ: ผู้ประสงค์จะแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว หากยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับการยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และไม่มีกำหนดว่าอายุมากกว่าเท่าใดจึงจะไม่รับ
  2. ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค และพิษสุนัขบ้า เป็นต้น
  3. ต้องไม่เกี่ยวข้องกับคดี

 

ถาม: เอกสารที่ต้องใช้ยื่นเพื่อแจ้งความจำนงอุทิศร่างกายฯ มีอะไรบ้าง?

ตอบ: ใช้เพียงสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรราชการ จำนวน 1 ฉบับ เท่านั้น

 

หรือสามารถอ่านคำถามที่พบบ่อยได้ที่ ‘ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา’  http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1/images/rules/quit.pdf

 

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการอุทิศร่างกายได้ที่

  • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02  256 4397 , 02 256 4281 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7
  • ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ศูนย์ฝึกผ่าตัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1
    โทรศัพท์  02  256 4281 ต่อ 1405 , 02  256 4737

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์

  • บริจาคเงินให้กองทุนสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “กองทุนสภากาชาดไทยเพื่อการบริจาค”  ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภาชาดไทย  เลขที่บัญชี 045-288000-6 โดยระบุบัญชีย่อยชื่อบัญชี ” เงินฝากเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ” เลขบัญชี 4300071

 

อ่าน ‘ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา’ ฉบับเต็ม