ร่วมสมทบทุน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในบทบาทองค์กรสาธารณกุศล มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับ

การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย

อันเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

 

ร่วมสมทบทุนโครงการ กองทุน และสถานที่ต่างๆ  ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดังนี้..

กองทุน 30 พฤษภาฯ  คือ กองทุนที่เชิญชวนให้บุคลากรและผู้มาเยือน ร่วมบริจาคเงินเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ซึ่งถือเป็นปีแรกของการก่อตั้ง กองทุน 30 พฤษภาฯ โดยฝ่ายการพยาบาลจะเป็นเจ้าภาพหลักในการเชิญชวนร่วมบริจาคเงิน โดยใช้ดอกกุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์ และจัดจำหน่ายเข็มกลัดกุหลาบแดงล่วงหน้า 1 เดือน

สำหรับเงินบริจาคของกองทุน 30 พฤษภาฯ จะนำมาใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยยากไร้ พระภิกษุอาพาธ และสนับสนุนกิจการการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

 

สามารถร่วมสมทบทุนเข้ากองทุน 30 พฤษภาฯ ได้หลากหลายวิธี ดังนี้

 

  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคาร
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 045-2-88000-6

กรุณาส่งหลักฐานการโอนพร้อมชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ มาที่โทรสาร 02 250-0312 หรือ 02 652 4440 หรือ ส่งมาทางอีเมลล์ phithikarn@gmail.com เพื่อใช้ออกใบเสร็จรับเงินบริจาคและส่งกลับเป็นหลักฐานให้ผู้บริจาคทางไปรษณีย์

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่
    • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
      • ตึกวชิรญาณวงศ์ ชั้นล่าง โทรศัพท์ 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
      • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02 256 4397

กองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย เป็นกองทุนที่มุ่งเน้นตอบโจทย์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ด้วยการพัฒนาบริการทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้สูงวัยอย่างครบวงจร ภายใต้อาคาร ส.ธ. ซึ่งเป็นอาคารสูง 18 ชั้น ที่จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 ซึ่งมีบทบาทในการดูแลผู้สูงอายุด้านต่างๆ ดังนี้

  1. การบริการทางการแพทย์และรักษาพยาบาล อาทิ คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี คลินิกฟื้นฟูผู้สูงอายุก้าวหน้า ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัว ศูนย์จักษุฟื้นฟู ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน ฯลฯ
  2. ศูนย์ฝึกอบรมการดูแลผู้สูงวัย สำหรับผู้ดูแลและญาติ ประชาชนทั่วไป และบุคลากรทางการแพทย์
  3. การเป็นต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย
  4. บริการเสริมอื่นๆ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์รวมสิ่งของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสำหรับผู้สูงอายุ และศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเฉพาะโรค

สามารถร่วมสมทบทุนเข้ากองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย ได้หลากหลายวิธี ดังนี้

  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคาร
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 045-2-62588-8
    • ธนาคารกรุงไทย สาขาสุรวงศ์
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 023-606799-0
    • ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 101-0-11980-6
    • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพัฒน์พงษ์
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 689-1-05195-1

กรุณาส่งหลักฐานการโอนพร้อมชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ มาที่โทรสาร 02 250-0312 หรือ 02 652 4440 หรือ ส่งมาทางอีเมลล์ phithikarn@gmail.com เพื่อใช้ออกใบเสร็จรับเงินบริจาคและส่งกลับเป็นหลักฐานให้ผู้บริจาคทางไปรษณีย์

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่
    • สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02 256 4440, 02  255 9911
    • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
      • ตึกวชิรญาณวงศ์ ชั้นล่าง โทรศัพท์ 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
      • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02 256 4397

 

สามารถดูรายละเอียด และข้อมูลเพิ่มเติมของกองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย ได้ที่ เว็บไซต์

“กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้” เป็นโครงการจัดหาทุนเข้า “กองทุน ส.ธ.เพื่อผู้สูงวัย” เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยประชาชนทั่วไปสามารถบริจาคผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกเครือข่ายทางหมายเลข *948*4848*100#  กดโทรออก สำหรับการกด 1 ครั้ง เท่ากับมูลค่าการบริจาค 100 บาท

ร่วม “กดด้วยใจ” สะดวก รวดเร็ว “ใครๆ ก็ทำได้”

อาคารวชิรญาณวงศ์ เป็นสถานที่สำหรับบริการจัดงานทำบุญเลี้ยงพระ และรับบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสำนักงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย ได้แก่

• สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยสามัญทั่วไป

• สมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งเป็นอาคารให้การดูแลรักษาผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะโรค เป็นต้น

• สมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคาร ส.ธ. ซึ่งเป็นสถานที่บริการผู้สูงอายุ

 

 

อาคารวชิรญาณวงศ์ ตั้งอยู่ตรงข้ามอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ฝั่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สามารถร่วมสมทบทุน ได้หลากหลายวิธี ดังนี้

  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคาร
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 045-2-88000-6

กรุณาส่งหลักฐานการโอนพร้อม ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ มาที่โทรสาร 02 251- 7901 หรือ ส่งมาทางอีเมลล์ phithikarn@gmail.com หรือ ID LINE : kcmhdonate เพื่อใช้ออกใบเสร็จรับเงินบริจาคและส่งกลับเป็นหลักฐานให้ผู้บริจาคทางไปรษณีย์

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่

– โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตึกวชิรญาณวงศ์ ชั้นล่าง โทรศัพท์ 02 256 4382 หรือ 02 256 4505

เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 15.00 น.

– ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02 256 4397

เปิดบริการทุกวัน

                วันจันทร์ – ศุกร์   เวลา 07.30 – 15.30 น.

                วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00 – 14.00 น.

ศาลาทินทัต นอกจากจะรับบริจาคแล้วยังสามารถรับแจ้งความจำนงอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์อีกด้วย


ศาลาทินทัต เป็นสถานที่รับบริจาคเงินเพื่อประโยชน์ต่อกิจการการกุศลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสภากาชาดไทย ได้แก่

• สมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งเป็นอาคารให้การดูแลรักษาผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะโรค เป็นต้น

• สมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคาร ส.ธ. ซึ่งเป็นสถานที่บริการผู้สูงอายุ

• สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยสามัญทั่วไป

• สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล พระภิกษุ สามเณร อาพาธ

• สมทบทุนเพื่อเครื่องมือแพทย์อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

• สมทบทุนเพื่อใช้ในกิจการหน่วยโรคไต

• สมทบทุนเพื่อโครงการพัฒนาคุณภาพคุณภาพชีวิตเด็กป่วยเรื้อรัง

• สมทบทุนเพื่อสอนเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง

• สมทบทุนทารกแรกเกิด

• สมทบทุนเพื่อฝ่ายจักษุวิทยา

• สมทบทุนเพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออติกโดยไม่ต้องผ่าตัด

• สมทบทุนมูลนิธิเทียนส่องใจ โรคลมชัก

• สมทบทุนเพื่อศูนย์พันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์

• สมทบทุนเพื่อโครงการมะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

 

นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของแผนกรับแจ้งความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์อีกด้วย

 

ศาลาทินทัตตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้างอาคาร ภปร

เปิดทำการในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 14.00 น.

สามารถสอบถามข้อมูลการสมทบทุนเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4397 , 02 256 4281 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7

 

ร้าน ฬ จำหน่ายของที่ระลึก เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ เนื่องจากรายได้จากการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ร้าน ฬ จำหน่ายของที่ระลึก ดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยมุ่งเน้นจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกคุณภาพดี ราคาเป็นมิตรให้กับผู้มารับบริการและบุคลากรภายใน โดยในร้านได้จำหน่ายสินค้านานาชนิด ที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ที่แวะเวียนเข้ามา ผู้ป่วย ญาติ บุคลากรและบุคคลทั่วไป ได้แก่ เสื้อยืด แก้วน้า กระบอกน้ำรักษาอุณหภูมิ ชุดภาชนะ ตลับแบ่งยา เจลฆ่าเชื้อโรค กระเป๋าถือ กระเป๋า สะพาย พวงกุญแจ ร่ม หมวก เนคไท ปลั๊กไฟอเนกประสงค์ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงวัตถุมงคลเพื่อการบูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจด้วย ซึ่งโลโก้และสินค้าภายในร้านได้รับการออกแบบอย่างสวยงามโดยคุณสุวิทย์ วงศ์ริจิราวาณิชย์ ศิลปินจิตอาสา

 

ร้าน ฬ จำหน่ายของที่ระลึก ตั้งอยู่ที่อาคาร ภปร ชั้น 1 และชั้นลอยทางเชื่อมไปสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง

เปิดจำหน่ายสินค้าในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

และวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.

สามารถสอบถามข้อมูลร้านค้า ฬ.จุฬา ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 5430

บริจาคร่างกายและอวัยวะ

ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือ การบริจาคร่างกายและอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ

การบริจาคร่างกายและอวัยวะ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่องานบริการทางการแพทย์ และการศึกษาด้านการแพทย์

บริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคอวัยวะที่ยังมีสภาพสมบูรณ์เพื่อใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีอื่น หรือเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย อาจได้จากอวัยวะของผู้มีจิตศรัทธาซึ่งได้แสดงเจตนารมณ์ในการบริจาคอวัยวะเอาไว้ หรือได้จากญาติที่มีความประสงค์จะบริจาค

ปัจจุบันผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะมีมากถึง 5,220 ราย แต่ในปี พ.ศ.2559 ศูนย์รับบริจาคอวัยวะได้รับการบริจาคอวัยวะจากผู้ป่วยสมองตายเพียง 220 รายเท่านั้น

การบริจาคอวัยวะถือเป็นการสร้างประโยชน์และความสุขอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เรียกได้ว่าเป็นการให้ชีวิตใหม่ ให้ผู้ป่วยได้กลับคืนสู่สังคมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ดูแลครอบครัวและคนที่รัก อีกทั้งยังมีโอกาสได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

 

 

ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ

  1. กรอกรายละเอียดในใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะให้ชัดเจน ที่ http://www.organdonate.in.th/About_Donation/donate_process.html
  2. พิมพ์ใบแสดงความจำนงบริจาค ส่งเอกสารมายังศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ตามที่อยู่ดังนี้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
    อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺโน) ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330ทั้งนี้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้
  3. หลังจากที่ท่านได้รับบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ แล้ว กรอกชื่อและรายละเอียดการบริจาคลงในบัตร
  4. เก็บบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้กับตัวท่าน หากสูญหายกรุณาติดต่อกับศูนย์    รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
  5. ควรแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะไว้ในระหว่างมีชีวิต
  6. ภายหลังจากเสียชีวิต ญาติของผู้แสดงความจำนงในการบริจาคควรโทรแจ้งศูนย์บริจาคอวัยวะทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต ที่เบอร์โทรศัพท์ 1666 หรือ 02 256 4045-6 โดยภายหลังจากผ่าตัดนำอวัยวะออก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง แพทย์จะตกแต่งร่างให้คงเดิมและมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้

 

คำถามที่พบบ่อย

ถาม : ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย คืออะไร

ตอบ : ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย คือ การที่ระบบประสาทส่วนกลางหรือสมองไม่สั่งงาน ทำให้ระบบการหายใจหยุดทำงานหัวใจไม่บีบตัว ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ถือว่าผู้นั้นไม่สามารถรักษาให้มีชีวิตอยู่ได้  

 

ถาม : ข้อกำหนดในการบริจาคอวัยวะ มีอะไรบ้าง

ตอบ : 1.ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี

2.เสียชีวิตจากภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่างๆ

3.ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง

4.ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคตับ และไม่ติดสุรา

5.อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี

6.ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ

 

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์   

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคอวัยวะได้ที่

  • ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย   www.organdonate.in.th
    โทรศัพท์ 1666 หรือ 02  256 4045-6

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคอวัยวะ/ดวงตา โดย

  • บริจาคให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย”  ธนาคารกรุงไทย สาขา สุรวงศ์  เลขที่บัญชี 023-008166-5

เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ของ ช่วยให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตใหม่ ได้มองเห็นคนที่รักและได้อยู่ดูแลครอบครัว ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

 

ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนกระจกตาอยู่จำนวนมากถึง 11,027 ราย แต่ในปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้รับการบริจาคดวงตาจากผู้เสียชีวิตเพียง 847 ราย และมีผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเพียง 763 ราย เท่านั้น 

 

การบริจาคดวงตา เป็นการแสดงความจำนงตั้งแต่ยังมีชีวิต เพื่อมอบดวงตาของตนเองภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจะได้นำไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วย เพื่อให้สามารถกลับมามองเห็นได้เป็นปกติอีกครั้ง

 

ขั้นตอนการบริจาคดวงตา

1.ผู้ที่สนใจบริจาคดวงตาสามารถแสดงความจำนงในการบริจาคดวงตาได้คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เป็นต้นไป โดยสามารถแสดงความจำนงได้ที่ http://eyebank.redcross.or.th/eyebankthai/donationwebsite/register-donor

2.เมื่อบริจาคดวงตาแล้วจะได้รับบัตรประจำตัวผู้บริจาคดวงตา ควรพกบัตรผู้บริจาคติดตัวไว้และแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคดวงตาไว้ในระหว่างมีชีวิต

3.ในกรณีบริจาคอวัยวะแทนญาติ กรุณาโทรแจ้งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยทันทีที่ผู้บริจาคเสียชีวิต ที่หมายเลข  081 902 5938, 081 836 4927 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ และเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด ญาติของผู้แสดงความจำนงในการบริจาคควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต เพื่อให้ศูนย์ดวงตาได้จัดเก็บดวงตาโดยเร็วที่สุด ซึ่งควรจัดเก็บให้เรียบร้อยภายใน 6-8 ชั่วโมง

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคดวงตาได้ที่

  • ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย    www.eyebankthai.com 
    โทรศัพท์ 02  256 4039-40

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคดวงตา โดย

  • บริจาคให้ศูนย์ดวงตาฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-231390-2  

 

 

การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา คือเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับวงการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างมาก กล่าวคือเพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน ในการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์  เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางได้ทำการฝึกผ่าตัด  และเพื่อเก็บโครงกระดูกไปใช้ในการศึกษาต่อไป

ร่างกายของผู้บริจาค สามารถสร้างประโยชน์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ ได้ดังนี้

  1. เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
  2. เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
  3. เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
  4. เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์
  5. เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางฝึกผ่าตัด
  6. เพื่อเก็บโครงกระดูกเพื่อการศึกษาตลอดไป

 

ขั้นตอนการบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา

การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษานั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาสภาพของร่างกายที่ต้องการอุทิศไว้ให้สมบูรณ์มากที่สุด โดยสามารถศึกษาระเบียบ ขั้นตอน และวิธีการดำเนินการ ดังนี้

 

‘ระเบียบการอุทิศร่างกายให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการ รักษาการแพทย์ฉบับเต็ม’  ได้ที่

http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1/images/general/anatomy_v2.pdf

 

‘ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา’ ได้ที่

http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1/images/rules/step.pdf

 

สามารถแสดงความจำนงในการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ดังนี้

    1. นำบัตรประจำตัวประชาชน มาเป็นหลักฐานในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกาย
    2. มาแสดงความจำนงโดยตรงที่สถานรับอุทิศร่างกาย ได้แก่ ศาลาทินทัต หรือฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 11 และศูนย์ฝึกอ่าตัด อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 4 ซึ่งจะได้รับบัตรแสดงความจำนงอุทิศร่างกายภายใน 10 นาที หรือ ส่งเอกสารแสดงความจำนงมาทางไปรษณีย์พร้อมจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ติดแสตมป์แล้วส่งมาที่แผนกอุทิศร่างกายฯศาลาทินทัต รพ.จฬุาฯซึ่งจะส่งบัตรกลับไปให้ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1-2 เดือน
    3. เมื่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาเรียบร้อยแล้ว ควรแจ้งให้ สามี ภรรยา ทายาท ญาติ  หรือผู้ใกล้ชิดทราบไว้ เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเมื่อผู้อุทิศร่างกายฯ ถึงแก่กรรม

 

 

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: จะติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ ได้ที่ไหนบ้าง?

ตอบ: สามารถติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ได้ 3 ช่องทาง คือ

  1. ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.

สอบถามรายละเอียดที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4628 ต่อ 7

  1. ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ชั้น 11 และศูนย์ฝึกผ่าตัด ชั้น 4 อาคารแพทยพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในช่วงวันและเวลาราชการ
  2. แจ้งความจำนงอุทิศร่างกายฯ ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ คลิก

 

ถาม: มีข้อกำหนดอะไรบ้างเกี่ยวกับการเป็นผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา?

ตอบ: ผู้ประสงค์จะแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว หากยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับการยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และไม่มีกำหนดว่าอายุมากกว่าเท่าใดจึงจะไม่รับ
  2. ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค และพิษสุนัขบ้า เป็นต้น
  3. ต้องไม่เกี่ยวข้องกับคดี

 

ถาม: เอกสารที่ต้องใช้ยื่นเพื่อแจ้งความจำนงอุทิศร่างกายฯ มีอะไรบ้าง?

ตอบ: ใช้เพียงสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรราชการ จำนวน 1 ฉบับ เท่านั้น

 

หรือสามารถอ่านคำถามที่พบบ่อยได้ที่ ‘ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา’  http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy1/images/rules/quit.pdf

 

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการอุทิศร่างกายได้ที่

  • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02  256 4397 , 02 256 4281 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7
  • ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ศูนย์ฝึกผ่าตัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy
    โทรศัพท์  02  256 4281 ต่อ 1405 , 02  256 4737

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์

  • บริจาคเงินให้กองทุนสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “กองทุนสภากาชาดไทยเพื่อการบริจาค”  ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภาชาดไทย  เลขที่บัญชี 045-288000-6 โดยระบุบัญชีย่อยชื่อบัญชี ” เงินฝากเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ ” เลขบัญชี 4300071

 

สิทธิประโยชน์และสิทธิเชิดชูเกียรติ จากการบริจาคเงิน

 

 

ผู้มีอุปการคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย (ยกเว้นคลินิกพิเศษใน/นอกเวลาราชการ) โดยพิจารณาจากวงเงินบริจาค โดยแบ่งเป็น ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดา  และผู้มีอุปกรณคุณประเภทนิติบุคคล

 

  • ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดา ได้สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ดังนี้
ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดา สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล
ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 1
บริจาคตั้งแต่ 40,000 บาท 10%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 2
บริจาคตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่ถึง 300,000 บาท 10% 10%
บริจาคตั้งแต่ 300,000 บาท แต่ไม่ถึง 600,000 บาท 15% 15%
บริจาคตั้งแต่ 600,000 บาท แต่ไม่ถึง 1,000,000 บาท 20% 20%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 3 ระดับ เงิน
บริจาคตั้งแต่ 1,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 3,000,000 บาท 25% 30%
บริจาคตั้งแต่ 3,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 5,000,000 บาท 30% 30%
**บริจาคตั้งแต่ 5,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 10,000,000 บาท 40% 50%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 4 ระดับ ทอง
บริจาคตั้งแต่ 10,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 20,000,000 บาท ตนเองและผู้มีอุปการะสมทบ จำนวน 1 คน 50% 50%  •
บริจาคตั้งแต่ 20,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 30,000,000 บาท ตนเองและผู้มีอุปการะสมทบ จำนวน 2 คน 50% 75%   •
บริจาคตั้งแต่ 30,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 40,000,000 บาท ตนเองและผู้มีอุปการะสมทบ จำนวน 2 คน 75% 75%   •
ผู้บริจาคดวงตา อวัยวะหรือทายาท 50% 50%   •
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 5 ระดับ เพชร
บริจาคตั้งแต่ 40,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 50,000,000 บาท ตนเองและผู้มีอุปการะสมทบ จำนวน 2 คน 100% 100%   •
บริจาคตั้งแต่ 50,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000,000 บาท ตนเองและผู้มีอุปการะสมทบ จำนวน 3 คน 100% 100%   •
บริจาคตั้งแต่ 100,000,000 บาท ขึ้นไป ตนเองและผู้มีอุปการะสมทบ จำนวน 7 คน 100% 100%   •

 

** สำหรับผู้บริจาคเงินตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป หากต้องการบริจาคเงินสะสม ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ซึ่งจะได้รับสิทธิเมื่อบริจาคครบตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถทำได้โดยจะต้องแจ้งความจำนงให้เจ้าหน้าที่การเงินบันทึกไว้ในใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง 

 

  • ผู้มีอุปการคุณประเภทนิติบุคคล ได้สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ดังนี้
ผู้มีอุปการคุณประเภทนิติบุคคล สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล
ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 1
บริจาคตั้งแต่ 10,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 20,000,000 บาท ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน 50% 50%   •
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 2
บริจาคตั้งแต่ 20,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 30,000,000 บาท ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน 50% 75%   •
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 3
บริจาคตั้งแต่ 30,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 40,000,000 บาท ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน 75% 75%   •
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 4
บริจาคตั้งแต่ 40,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 50,000,000 บาท ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน 100% 100%   •
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 5
บริจาคตั้งแต่ 50,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000,000 บาท ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 3 คน 100% 100%   •
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 6
บริจาคตั้งแต่ 100,000,000 บาท ขึ้นไป ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 7 คน 100% 100%   •

ผู้มีอุปการะคุณจะได้รับสิทธิเชิดชูเกียรติ โดยสามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กาชาดสรรเสริญ หรือ เครื่องราชอิสราภรณ์ดิเรกคุณาภรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยพิจารณาจากวงเงินบริจาค ดังนี้

จำนวนเงินที่บริจาค เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ
100,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์
200,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์
300,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 2
500,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเครื่องราชฯ เบญจมดิเรกคุณาภรณ์
600,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1
1,500,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเครื่องราชฯ จตุตถดิเรกคุณาภรณ์
6,000,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเครื่องราชฯ ตติยดิเรกคุณาภรณ์
14,000,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเครื่องราชฯ ทุติยดิเรกคุณาภรณ์
30,000,000 บาทขึ้นไป ขอพระราชทานเครื่องราชฯ ปฐมดิเรกคุณาภรณ์

สำหรับผู้มีอุปการคุณที่ต้องการขอรับใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี  สามารถทำได้โดย แฟกซ์ใบนำฝากเงิน และรายละเอียดการทำบุญที่หมายเลข 02 251 7901 หรือที่อีเมล์  phithikarn@gmail.com

เพื่อทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ออกใบเสร็จรับเงินบริจาค และส่งกลับเป็นหลักฐานให้ผู้มีอุปการคุณทางไปรษณีย์

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายพิธีการ ตึกวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

โทรศัพท์ 02 256 4382 , 02 256 4505

เหรียญที่ระลึก และสิ่งมงคลสักการะ

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีได้จัดทำเหรียญที่ระลึกตามเหตุการณ์สำคัญต่างๆ รวมถึงส่ิงมงคลสักการะ เพื่อนำรายได้สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลภิกษุสามเณรอาพาธ และผู้ป่วยสามัญ รวมถึงสมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ในการดูแลรักษาผู้ป่วย

สามารถเลือกชมเหรียญที่ระลึก และสิ่งมงคลสักการะได้ที่นี่

เหรียญที่ระลึก

สิ่งมงคลสักการะ

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล ได้ที่

อาคารวชิรญาณวงศ์ ตั้งอยู่ตรงข้ามอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ฝั่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เปิดบริการทุกวัน 07.00 – 18.00 น.

หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4382, 02 256 4505

 

หรือที่ ศาลาทินทัต  ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้างอาคาร ภปร

เปิดทำการในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 14.00 น.

หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4397 , 02 256 4281 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7