ร่วมสมทบทุน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในบทบาทองค์กรสาธารณกุศล มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับ

การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย

อันเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

 

ร่วมสมทบทุนโครงการ กองทุน และสถานที่ต่างๆ  ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดังนี้..

กองทุน 30 พฤษภาฯ  คือ กองทุนที่เชิญชวนให้บุคลากรและผู้มาเยือน ร่วมบริจาคเงินเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ซึ่งถือเป็นปีแรกของการก่อตั้ง กองทุน 30 พฤษภาฯ โดยฝ่ายการพยาบาลจะเป็นเจ้าภาพหลักในการเชิญชวนร่วมบริจาคเงิน โดยใช้ดอกกุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์ และจัดจำหน่ายเข็มกลัดกุหลาบแดงล่วงหน้า 1 เดือน

สำหรับเงินบริจาคของกองทุน 30 พฤษภาฯ จะนำมาใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยยากไร้ พระภิกษุอาพาธ และสนับสนุนกิจการการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

 

 

 

 

 

สามารถร่วมสมทบทุนเข้ากองทุน 30 พฤษภาฯ ได้ดังนี้

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
    • อาคารวชิรญาณวงศ์ ชั้น 1
      เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์
      เวลา 7.00 – 15.00 น.
      โทร. 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
    • ศาลาทินทัต ( ข้างตึกอำนวยการ )
      เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 – 15.00 น.
      วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.00 – 14.00 น.
      โทร. 02 256 4397
  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย
    ชื่อบัญชี  “ สภากาชาดไทย ”
    เลขที่บัญชี 045 – 2 – 88000 – 6
    ช่องทางสำหรับส่งหลักฐานการโอนเงินและรายละเอียด
    Fax : 02 251 7901 หรือ Email : phithikarn@gmail.com
    หรือ ID Line : kcmhdonate
    การรับใบเสร็จรับเงิน
    ส่งรายละเอียด ชื่อ – นามสกุล ที่อยู่ และวัตถุประสงค์การบริจาคพร้อมเบอร์โทรศัพท์
    ( เพื่อใช้ในการออกใบเสร็จรับเงินส่งกลับไปยังผู้บริจาคทางไปรษณีย์ )

กองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย เป็นกองทุนที่มุ่งเน้นตอบโจทย์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ด้วยการพัฒนาบริการทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้สูงวัยอย่างครบวงจร ภายใต้อาคาร ส.ธ. ซึ่งเป็นอาคารสูง 18 ชั้น ที่จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 ซึ่งมีบทบาทในการดูแลผู้สูงอายุด้านต่างๆ ดังนี้

  1. การบริการทางการแพทย์และรักษาพยาบาล อาทิ คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี คลินิกฟื้นฟูผู้สูงอายุก้าวหน้า ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัว ศูนย์จักษุฟื้นฟู ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน ฯลฯ
  2. ศูนย์ฝึกอบรมการดูแลผู้สูงวัย สำหรับผู้ดูแลและญาติ ประชาชนทั่วไป และบุคลากรทางการแพทย์
  3. การเป็นต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย
  4. บริการเสริมอื่นๆ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์รวมสิ่งของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสำหรับผู้สูงอายุ และศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเฉพาะโรค

สามารถร่วมสมทบทุนเข้ากองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย ได้ดังนี้

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย
    ชื่อบัญชี  “ สภากาชาดไทย ”
    เลขที่บัญชี 045 – 2 – 88000 – 6

กรุณาส่งหลักฐานการโอนพร้อมชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ มาที่โทรสาร 02 251-7901 ส่งมาทางอีเมลล์ phithikarn@gmail.com หรือ ID LINE : kcmhdonate เพื่อใช้ในการออกใบเสร็จรับเงินส่งกลับไปยังผู้บริจาคทางไปรษณีย์

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
    • อาคารวชิรญาณวงศ์ ชั้น 1
      โทร. 02 256-4382 หรือ 02 256-4505
    • ศาลาทินทัต โทร. 02 256-4397

สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคาร
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 045-2-62588-8
    • ธนาคารกรุงไทย สาขาสุรวงศ์
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 023-606799-0
    • ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 101-0-11980-6
    • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพัฒน์พงษ์
      ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 689-1-05195-1

กรุณาส่งหลักฐานการโอนพร้อมชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ มาที่โทรสาร 02 250-0312 หรือ 02 652-4440 หรือ ส่งมาทางอีเมล pr-fund@redcross.or.th  /pr-fund-rc@hotmail.com  เพื่อใช้ออกใบเสร็จรับเงินบริจาคและส่งกลับเป็นหลักฐานให้ผู้บริจาคทางไปรษณีย์

  1. บริจาคออนไลน์ Click ที่นี่!
  1. บริจาคด้วยตนเอง ได้ที่
    • “ห้องรับบริจาค” สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย
      ตึกอำนวยนรธรรม ชั้น 2 ถนนพระราม 4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ
      เปิดให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 น. – 16:30 น.
      โทรศัพท์ 02 256-4440, 02 255-9911

อาคารวชิรญาณวงศ์ เป็นสถานที่สำหรับบริการจัดงานทำบุญเลี้ยงพระ และรับบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสำนักงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย ได้แก่
– เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลพระภิกษุและสามเณรอาพาธ
– เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยสามัญทั่วไป
– เพื่อใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์
– เพื่อบำรุงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
– เพื่อบำรุงสภากาชาดไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

สามารถร่วมสมทบทุน ได้ดังนี้

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่
    • อาคารวชิรญาณวงศ์ ชั้น 1
      เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์
      เวลา 7.00 – 15.00 น.
      โทร. 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
    • ศาลาทินทัต ( ข้างตึกอำนวยการ )
      เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 – 15.00 น.
      วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.00 – 14.00 น.
      โทร. 02 256 4397
  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย
    ชื่อบัญชี  “ สภากาชาดไทย ”
    เลขที่บัญชี 045 – 2 – 88000 – 6
    ช่องทางสำหรับส่งหลักฐานการโอนเงินและรายละเอียด
    Fax : 02 251 7901 หรือ Email : phithikarn@gmail.com
    หรือ ID Line : kcmhdonate
    การรับใบเสร็จรับเงิน
    ส่งรายละเอียด ชื่อ – นามสกุล ที่อยู่ และวัตถุประสงค์การบริจาคพร้อมเบอร์โทรศัพท์
    ( เพื่อใช้ในการออกใบเสร็จรับเงินส่งกลับไปยังผู้บริจาคทางไปรษณีย์ )

ร้าน ฬ จำหน่ายของที่ระลึก เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ เนื่องจากรายได้จากการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ร้าน ฬ จำหน่ายของที่ระลึก ดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556 โดยมุ่งเน้นจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกคุณภาพดี ราคาเป็นมิตรให้กับผู้มารับบริการและบุคลากรภายใน โดยในร้านได้จำหน่ายสินค้านานาชนิด ที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ที่แวะเวียนเข้ามา ผู้ป่วย ญาติ บุคลากรและบุคคลทั่วไป ได้แก่ เสื้อยืด แก้วน้า กระบอกน้ำรักษาอุณหภูมิ ชุดภาชนะ ตลับแบ่งยา เจลฆ่าเชื้อโรค กระเป๋าถือ กระเป๋า สะพาย พวงกุญแจ ร่ม หมวก เนคไท ปลั๊กไฟอเนกประสงค์ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงวัตถุมงคลเพื่อการบูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจด้วย ซึ่งโลโก้และสินค้าภายในร้านได้รับการออกแบบอย่างสวยงามโดยคุณสุวิทย์ วงศ์ริจิราวาณิชย์ ศิลปินจิตอาสา

 

ร้าน ฬ จำหน่ายของที่ระลึก ตั้งอยู่ที่อาคาร ภปร ชั้น 1 และชั้นลอยทางเชื่อมไปสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง

เปิดจำหน่ายสินค้าในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

และวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.

สามารถสอบถามข้อมูลร้านค้า ฬ.จุฬา ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 5430

กองทุนเงินบริจาคเพื่อใช้ในกิจการคลินิกโรคสมองเสื่อมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์บำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์บำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อม อาคาร ส.ธ. (รหัสทุน 25010096) โดยฝ่ายจิตเวชศาสตร์ มีวัตถุประสงค์ในการเข้าใช้เงินบริจาคฯ ดังต่อไปนี้

1. เพื่อใช้ในกิจการการดูแลผู้ป่วยในคลินิกโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
2. เพื่อซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ใช้ในการให้บริการผู้ป่วยจากคลินิกโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
3. เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อรักษาบำบัดรักษาผู้ป่วยจากคลินิกโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
4. เพื่อใช้เป็นค่าจ้าง / ค่าตอบแทนให้กับลุกจ้างชั่วคราว เช่น นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ ที่ปฏิบัติงานในคลินิกโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่มีความจำเป็นซึ่งไม่ได้เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หรือ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของคลินิกโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในการไปศึกษาดูงาน ฝึกอบรม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

สามารถร่วมสมทบทุนเข้ากองทุน ได้ดังนี้
บริจาคโดยตรงได้ที่

  • สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02 256 4440, 02 255 9911
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
    • ตึกวชิรญาณวงศ์ ชั้นล่าง โทรศัพท์ 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
    • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02 256 4397

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้จัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง” ให้เป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่วิจัยและสร้างนวัตกรรมสำหรับการรักษาโรคมะเร็งที่รักษายากให้หายขาด  เพื่อพัฒนาการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง โดยเน้นการนำงานวิจัยและพัฒนาจากห้องปฏิบัติการมาสู่การวิจัยทางคลินิกในผู้ป่วย และพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาให้บริการแก่ผู้ป่วยใน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และในประเทศไทย

ดังนั้นกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง จุฬาฯจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเองดังกล่าว และสนับสนุนงานวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  และเพื่อให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพแบบใหม่นี้ในที่สุด ท่านสามารถติดตามข่าวสารของเราได้ทางเว็บไซต์ http://canceriec.md.chula.ac.th/support  หรือที่  FACEBOOK : CU Cancer Immunotherapy Fund

 

 

 

 

 

 

ท่านที่สนใจสามารถร่วมสมทบทุน  ดังนี้

  1. บริจาคโดยตรงเข้ากองทุน “เงินบริจาคเพื่อศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง (รหัสทุน25010117)” ได้ที่
  • สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02 256 4440, 02 255 9911
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
    • ตึกวชิรญาณวงศ์ ชั้นล่าง โทรศัพท์ 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
    • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02 256 4397
  1. บริจาคผ่านช่องทางอื่นๆ กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://canceriec.md.chula.ac.th/support
    หรือที่  FACEBOOK : CU Cancer Immunotherapy Fund

BECAUSE EVERYONE DESERVES A CHANCE TO SURVIVE CANCER!


ศาลาทินทัต เป็นสถานที่รับบริจาคเงินเพื่อประโยชน์ต่อกิจการการกุศลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสภากาชาดไทย ได้แก่

• สมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งเป็นอาคารให้การดูแลรักษาผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะโรค เป็นต้น

• สมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคาร ส.ธ. ซึ่งเป็นสถานที่บริการผู้สูงอายุ

• สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยสามัญทั่วไป

• สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล พระภิกษุ สามเณร อาพาธ

• สมทบทุนเพื่อเครื่องมือแพทย์อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

• สมทบทุนเพื่อใช้ในกิจการหน่วยโรคไต

• สมทบทุนเพื่อโครงการพัฒนาคุณภาพคุณภาพชีวิตเด็กป่วยเรื้อรัง

• สมทบทุนเพื่อสอนเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง

• สมทบทุนทารกแรกเกิด

• สมทบทุนเพื่อฝ่ายจักษุวิทยา

• สมทบทุนเพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออติกโดยไม่ต้องผ่าตัด

• สมทบทุนมูลนิธิเทียนส่องใจ โรคลมชัก

• สมทบทุนเพื่อศูนย์พันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์

• สมทบทุนเพื่อโครงการมะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

 

สามารถร่วมสมทบทุน ได้ดังนี้

  1. บริจาคโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
    • อาคารวชิรญาณวงศ์ ชั้น 1
      เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์
      เวลา 7.00 – 15.00 น.
      โทร. 02 256 4382 หรือ 02 256 4505
    • ศาลาทินทัต ( ข้างตึกอำนวยการ )
      เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 – 15.00 น.
      วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.00 – 14.00 น.
      โทร. 02 256 4397
  1. บริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย
    ชื่อบัญชี  “ สภากาชาดไทย ”
    เลขที่บัญชี 045 – 2 – 88000 – 6
    ช่องทางสำหรับส่งหลักฐานการโอนเงินและรายละเอียด
    Fax : 02 251 7901 หรือ Email : phithikarn@gmail.com
    หรือ ID Line : kcmhdonate
    การรับใบเสร็จรับเงิน
    ส่งรายละเอียด ชื่อ – นามสกุล ที่อยู่ และวัตถุประสงค์การบริจาคพร้อมเบอร์โทรศัพท์
    ( เพื่อใช้ในการออกใบเสร็จรับเงินส่งกลับไปยังผู้บริจาคทางไปรษณีย์ )

บริจาคร่างกายและอวัยวะ

ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือ การบริจาคร่างกายและอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ

การบริจาคร่างกายและอวัยวะ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่องานบริการทางการแพทย์ และการศึกษาด้านการแพทย์

บริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคอวัยวะที่ยังมีสภาพสมบูรณ์เพื่อใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีอื่น หรือเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย อาจได้จากอวัยวะของผู้มีจิตศรัทธาซึ่งได้แสดงเจตนารมณ์ในการบริจาคอวัยวะเอาไว้ หรือได้จากญาติที่มีความประสงค์จะบริจาค

การบริจาคอวัยวะถือเป็นการสร้างประโยชน์และความสุขอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เรียกได้ว่าเป็นการให้ชีวิตใหม่ ให้ผู้ป่วยได้กลับคืนสู่สังคมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ดูแลครอบครัวและคนที่รัก อีกทั้งยังมีโอกาสได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

บริจาคอวัยวะ
สร้างกุศลผู้ให้ สร้างชีวิตใหม่ผู้รับ
1 ผู้ให้ ช่วยได้ 8 ชีวิต

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: การบริจาคอวัยวะกับการบริจาคร่างกายต่างกันอย่างไร?

A:

การบริจาคอวัยวะการบริจาคร่างกาย
คือการมอบอวัยวะ เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยที่อวัยวะนั้นๆ เสื่อมสภาพคือการอุทิศรางกายให้นักศึกษาแพทย์ใช้ศึกษา โดยเรียกกันว่า “อาจารย์ใหญ่”
ผู้บริจาคต้องเสียชีวิตจากภาวะสมองตายเท่านั้น (ยกเว้น ไต 1 ข้าง, ตับ, ไขกระดูก เป็นต้น ที่สามารถบริจาคได้ตอนยังมีชีวิตอยู่)ผู้บริจาคเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ และมีอวัยวะครบ
หลังผ่าตัดเพื่อนำอวัยวะไปให้ผู้ป่วยที่ได้รับบริจาค แพทย์จะตกแต่งร่างกายของผู้บริจาคให้เรียบร้อย แล้วมอบให้ญาติไปประกอบพิธีทางศาสนาหลังจากการเสียชีิวิต ต้องแจ้งให้ไปรับร่างภายใน 24 ชั่วโมง หลังการศึกษา 2 ปี ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนั้น ๆ จะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลให้เอง
รับแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะจากทั่วประเทศ โดยติดต่อได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย, เหล่ากาชาดจังหวัดทุกแห่ง, โรงพยาบาลประจำจังหวัดแสดงความจำนงโดยติดต่อได้ที่คณะแพทยศาสตร์ทุกแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีเกณฑ์การรับอุทิศร่างกายต่างกัน

 

Q: ใครที่บริจาคอวัยวะได้

A: คุณสมบัติผู้บริจาคอวัยวะ โดยทั่วไปมีรายละเอียด ดังนี้

  1. อายุไม่เกิน 65 ปี
  2. เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย
  3. ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
  4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
  5. อวัยวะที่จะบริจาคต้องทำงานได้ดี
  6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
  7. ควรแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะให้บุคคลในครอบครัวหรือญาติรับทราบด้วย

Q: ทำไมการบริจาคอวัยวะต้องบอกญาติให้ทราบ

A: การแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะสามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่ควรแจ้งให้ญาติทราบด้วย เพราะหากเสียชีวิตและสามารถบริจาคอวัยวะได้ ญาติต้องเซ็นยินยอมบริจาคอวัยวะเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง หรือเป็นผู้แจ้งให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยทราบว่าผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเสียชีวิต หากญาติิไม่ยินยอมจะถือว่าการบริจาคนั้นเป็นอันยกเลิก

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์   

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคอวัยวะได้ที่ 

  • ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยอาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
    www.organdonate.in.th
    โทรศัพท์ 1666 

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคอวัยวะ/ดวงตา โดย

  • บริจาคให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย”  ธนาคารกรุงไทย สาขา สุรวงศ์  เลขที่บัญชี 023-008166-5

เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ของ ช่วยให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตใหม่ ได้มองเห็นคนที่รักและได้อยู่ดูแลครอบครัว ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

การบริจาคดวงตา เป็นการแสดงความจำนงตั้งแต่ยังมีชีวิต เพื่อมอบดวงตาของตนเองภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจะได้นำไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วย เพื่อให้สามารถกลับมามองเห็นได้เป็นปกติอีกครั้ง

ขั้นตอนการบริจาคดวงตา

  1. ผู้ที่สนใจบริจาคดวงตาสามารถแสดงความจำนงในการบริจาคดวงตาได้คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เป็นต้นไป โดยสามารถแสดงความจำนงได้ที่ http://eyebank.redcross.or.th/eyebankthai/donationwebsite/register-donor
  2. เมื่อบริจาคดวงตาแล้วจะได้รับบัตรประจำตัวผู้บริจาคดวงตา ควรพกบัตรผู้บริจาคติดตัวไว้และแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคดวงตาไว้ในระหว่างมีชีวิต 
  3. ในกรณีบริจาคอวัยวะแทนญาติ กรุณาโทรแจ้งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยทันทีที่ผู้บริจาคเสียชีวิต ที่หมายเลข  081 902 5938, 081 836 4927 ตลอด 24 ชั่วโมง 

ภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ และเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด ญาติของผู้แสดงความจำนงในการบริจาคควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต เพื่อให้ศูนย์ดวงตาได้จัดเก็บดวงตาโดยเร็วที่สุด ซึ่งควรจัดเก็บให้เรียบร้อยภายใน 6-8 ชั่วโมง

 

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริจาคดวงตาได้ที่ 

  • ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย    www.eyebankthai.com
    โทรศัพท์ 02  256 4039-40

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคดวงตา โดย

  • บริจาคให้ศูนย์ดวงตาฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-231390-2  

 

 

 

 

การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา คือเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับวงการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างมาก กล่าวคือเพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน ในการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์  เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางได้ทำการฝึกผ่าตัด  และเพื่อเก็บโครงกระดูกไปใช้ในการศึกษาต่อไป

ร่างกายของผู้บริจาค สามารถสร้างประโยชน์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ ได้ดังนี้

1. เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
2. เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
3. เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่น
4. เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์
5. เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางฝึกผ่าตัด
6. เพื่อเก็บโครงกระดูกเพื่อการศึกษาตลอดไป

 

 

ขั้นตอนการบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา

การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษานั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาสภาพของร่างกายที่ต้องการอุทิศไว้ให้สมบูรณ์มากที่สุด โดยสามารถศึกษาระเบียบ ขั้นตอน และวิธีการดำเนินการ ดังนี้ 

‘ระเบียบการอุทิศร่างกายให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการ รักษาการแพทย์ฉบับเต็ม’  ได้ที่   https://bit.ly/2HOT5Jo

‘ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา’ ได้ที่   https://bit.ly/2Tp7gG3

สามารถแสดงความจำนงในการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ดังนี้

    1. นำบัตรประจำตัวประชาชน มาเป็นหลักฐานในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกาย
    2. มาแสดงความจำนงโดยตรงที่สถานรับอุทิศร่างกาย ได้แก่ ศาลาทินทัต หรือฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 11 และศูนย์ฝึกอ่าตัด อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 4 ซึ่งจะได้รับบัตรแสดงความจำนงอุทิศร่างกายภายใน 10 นาที หรือ ส่งเอกสารแสดงความจำนงมาทางไปรษณีย์พร้อมจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ติดแสตมป์แล้วส่งมาที่แผนกอุทิศร่างกายฯศาลาทินทัต รพ.จฬุาฯซึ่งจะส่งบัตรกลับไปให้ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1-2 เดือน
    3. เมื่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาเรียบร้อยแล้ว ควรแจ้งให้ สามี ภรรยา ทายาท ญาติ  หรือผู้ใกล้ชิดทราบไว้ เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเมื่อผู้อุทิศร่างกายฯ ถึงแก่กรรม

คำถามที่พบบ่อย

Q: จะติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ ได้ที่ไหนบ้าง?

A: สามารถติดต่อแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ได้ 3 ช่องทาง คือ

  1. ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
    เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 – 15.00 น.
    วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.00 – 14.00 น.
    โทร. 02 256 5079
  2. ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ชั้น 11 และศูนย์ฝึกผ่าตัด ชั้น 4 อาคารแพทยพัฒน์
    คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
    เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 – 15.00 น.
  3. แจ้งความจำนงอุทิศร่างกายฯ ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ คลิก

 

Q: มีข้อกำหนดอะไรบ้างเกี่ยวกับการเป็นผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา?

A: ผู้ประสงค์จะแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

      1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว หากยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับการยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และไม่มีกำหนดว่าอายุมากกว่าเท่าใดจึงจะไม่รับ
      2. ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค และพิษสุนัขบ้า เป็นต้น
      3. ต้องไม่เกี่ยวข้องกับคดี

 

Q: เอกสารที่ต้องใช้ยื่นเพื่อแจ้งความจำนงอุทิศร่างกายฯ มีอะไรบ้าง?

A: ใช้เพียงสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรราชการ จำนวน 1 ฉบับ เท่านั้น

 

หรือสามารถอ่านคำถามที่พบบ่อยได้ที่ ‘ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา

ช่องทางการติดต่อและร่วมบริจาคทุนทรัพย์

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการอุทิศร่างกายได้ที่

      • ศาลาทินทัต โทรศัพท์ 02 256 5079
      • ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ศูนย์ฝึกผ่าตัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy
        โทรศัพท์  02  256 4281 ต่อ 1405 , 02  256 4737

สามารถบริจาคทุนทรัพย์เพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์

      • บริจาคเงินให้กองทุนสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “กองทุนสภากาชาดไทยเพื่อการบริจาค”  ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภาชาดไทย  เลขที่บัญชี 045-288000-6 โดยระบุ วัตถุประสงค์การบริจาค “ เงินบริจาคเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ”

สิทธิประโยชน์และสิทธิเชิดชูเกียรติ จากการบริจาคเงิน

 

 

ผู้มีอุปการคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย (ยกเว้นคลินิกพิเศษใน/นอกเวลาราชการ) โดยพิจารณาจากวงเงินบริจาค โดยแบ่งเป็น ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดา  และผู้มีอุปการะคุณประเภทนิติบุคคล

 

  • ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดา ได้สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ดังนี้
ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล
ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD)การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 1
บริจาคตั้งแต่ 40,000 บาท10%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 2
บริจาคตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่ถึง 300,000 บาท10%10%
บริจาคตั้งแต่ 300,000 บาท แต่ไม่ถึง 600,000 บาท15%15%
บริจาคตั้งแต่ 600,000 บาท แต่ไม่ถึง 1,000,000 บาท20%20%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 3 ระดับ เงิน
บริจาคตั้งแต่ 1,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 3,000,000 บาท25%30%
บริจาคตั้งแต่ 3,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 5,000,000 บาท30%30%
**บริจาคตั้งแต่ 5,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 10,000,000 บาท40%50%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 4 ระดับ ทอง
บริจาคตั้งแต่ 10,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 20,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 2 คน
50%50%
บริจาคตั้งแต่ 20,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 30,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 3 คน
50%75%
บริจาคตั้งแต่ 30,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 40,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 3 คน
75%75%
ผู้มีอุปการคุณแบบที่ 5 ระดับ เพชร
บริจาคตั้งแต่ 40,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 50,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 3 คน
100%100%
บริจาคตั้งแต่ 50,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 4 คน
100%100%
บริจาคตั้งแต่ 100,000,000 บาท ขึ้นไป
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 8 คน
100%100%

 

** สำหรับผู้บริจาคเงินตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป หากต้องการบริจาคเงินสะสม ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ซึ่งจะได้รับสิทธิเมื่อบริจาคครบตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถทำได้โดยจะต้องแจ้งความจำนงให้เจ้าหน้าที่การเงินบันทึกไว้ในใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง 

 

  • ผู้มีอุปการคุณประเภทนิติบุคคล ได้สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ดังนี้
ผู้มีอุปการคุณประเภทนิติบุคคลสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล
ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD)การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 1
บริจาคตั้งแต่ 10,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 20,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน
50%50%
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 2
บริจาคตั้งแต่ 20,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 30,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน
50%75%
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 3
บริจาคตั้งแต่ 30,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 40,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน
75%75%
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 4
บริจาคตั้งแต่ 40,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 50,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 1 คน
100%100%
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 5
บริจาคตั้งแต่ 50,000,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000,000 บาท
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 3 คน
100%100%
ผู้มีอุปการคุณนิติบุคคลแบบที่ 6
บริจาคตั้งแต่ 100,000,000 บาท ขึ้นไป
ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ จำนวน 7 คน
100%100%

ผู้มีอุปการะคุณจะได้รับสิทธิเชิดชูเกียรติ โดยสามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กาชาดสรรเสริญ หรือ เครื่องราชอิสราภรณ์ดิเรกคุณาภรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยพิจารณาจากวงเงินบริจาค ดังนี้

จำนวนเงินที่บริจาคเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ
100,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์
200,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์
300,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 2
500,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเครื่องราชฯ เบญจมดิเรกคุณาภรณ์
600,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1
1,500,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเครื่องราชฯ จตุตถดิเรกคุณาภรณ์
6,000,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเครื่องราชฯ ตติยดิเรกคุณาภรณ์
14,000,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเครื่องราชฯ ทุติยดิเรกคุณาภรณ์
30,000,000 บาทขึ้นไปขอพระราชทานเครื่องราชฯ ปฐมดิเรกคุณาภรณ์

สำหรับผู้มีอุปการคุณที่ต้องการขอรับใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี  สามารถทำได้โดย แฟกซ์ใบนำฝากเงิน และรายละเอียดการทำบุญที่หมายเลข 02 251 7901 หรือที่อีเมล์  phithikarn@gmail.com

เพื่อทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ออกใบเสร็จรับเงินบริจาค และส่งกลับเป็นหลักฐานให้ผู้มีอุปการคุณทางไปรษณีย์

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายพิธีการ ตึกวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

โทรศัพท์ 02 256 4382 , 02 256 4505

เหรียญที่ระลึก และสิ่งมงคลสักการะ

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีได้จัดทำเหรียญที่ระลึกตามเหตุการณ์สำคัญต่างๆ รวมถึงส่ิงมงคลสักการะ เพื่อนำรายได้สมทบทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลภิกษุสามเณรอาพาธ และผู้ป่วยสามัญ รวมถึงสมทบทุนเพื่อการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ในการดูแลรักษาผู้ป่วย

สามารถเลือกชมเหรียญที่ระลึก และสิ่งมงคลสักการะได้ที่นี่

เหรียญที่ระลึก

สิ่งมงคลสักการะ

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล ได้ที่

อาคารวชิรญาณวงศ์ ตั้งอยู่ตรงข้ามอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ฝั่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เปิดบริการทุกวัน 07.00 – 18.00 น.

หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4382, 02 256 4505

 

หรือที่ ศาลาทินทัต  ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้างอาคาร ภปร

เปิดทำการในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.

และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 14.00 น.

หมายเลขโทรศัพท์ 02 256 4397 , 02 256 4281 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7

 

Pin It on Pinterest