Chula Mag2

Money Donation2

OT Clinic3

body donation4

Regis-resize

 

bnew4

ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ฯ : "Global Virome Project ถอดรหัสไวรัสระดับโลก"

 สัมมนาวิชาการพิเศษเรื่อง "Global Virome Project ถอดรหัสไวรัสระดับโลก" 

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2560 เวลา 13.00 น. ศูนย์โรคติดต่ออุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จัดสัมมนาวิชาการพิเศษเรื่อง " Global Virome Project ถอดรหัสไวรัสระดับโลก" โดยมี ศ.กิตติคุณ นพ.ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชั้น 12 โซน D ห้องประชุม 200 ที่นั่ง เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคไวรัสอุบัติใหม่ และการเตรียมความพร้อมระดับโลกในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ฯ ภายใต้โครงการ Global Virome Project ที่ริเริ่มโดยองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (United States Agency for International Development-USAID)

ทั้งนี้ ศ.นพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ ฯ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย ดังนี้

ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ฯ ตั้งขึ้นในเดือน มกราคม 2560 โดยเป็นการขยายต่อยอดจากศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมองที่ทำงานมาตลอด 15 ปี และทั้งนี้เป็นการทำงานในเชิงรุก ตั้งเป้าเพื่อสร้างความรู้และนวตกรรมในการเตรียมพร้อมรับมือ ป้องกันโรคได้ทันท่วงที ก่อนหน้าที่จะมีความหายนะและกระทบความมั่นคงของประเทศ ความมุ่งมั่นดังกล่าวทำให้สามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนักวิชาการ นักวิจัย หลายสาขา รวมไปถึงมหาวิทยาลัยต่างๆผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ เช่น การที่สามารถตรวจเชื้อไวรัสอีโบลาได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และวินิจฉัยคนไข้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สรายแรกในปี 2559 และประสานกับสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เพื่อป้องกันการระบาดได้ทันท่วงทีโดยเป็นผลจากการสำรวจเชื้อทั้งที่เคยระบาดและยังไม่ระบาดในประเทศไทย จากสัตว์ป่าและค้างคาวตั้งแต่ปี 2543 รวมทั้งขยายขอบเขตครอบคลุมเชื้อปรสิตลิชมาเนีย ซึ่งพบการระบาดในประเทศแล้วจากริ้นฝอยทรายชนิดต่างๆ การพบเชื้อจำแนกชนิดของสัตว์ แมลงนำโรค ฤดูกาล และภูมิประเทศ นำไปสู่การเฝ้าระวังและเตรียมการประสานกับกระทรวงกลาโหมในการกำหนดพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์วิธีการที่เหมาะสมในการตรวจให้ได้รวดเร็วและแม่นยำ และใช้ในการตรวจหาสาเหตุไข้สมองอักเสบ ปอดอักเสบ ไข้เลือดออก ฯลฯ

นอกจากนั้นยังสามารถชี้ภัยของประเทศในเรื่องของการบิดเบนทางโภชนาการและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ควบคุม ทำให้คนซึ่งดูเหมือนปกติ เสียชีวิตจากหัวใจวาย แขนขาอัมพาต จากการขาดวิตามินบี 1จำนวนกว่าร้อยคน ซึ่งรวมถึงลูกเรือประมง จากการสืบคันหาสาเหตุชี้ชัดได้ว่าไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโดยตรง ทั้งนี้ การติดเชื้อเล็กนัอยที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการปะทุของการขาดวิตามินอย่างรุนแรง ผลการสืบลวนทำให้ประเทศไม่ถูกกล่าวหาว่าทำการทารุณกรรมผู้ใช้แรงงาน ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ซื่งมีจำหน่ายเกลื่อนกลาด ทำให้มีประชาชน ช็อค เสียชีวิต เป็นร้อยรายในเพียงจังหวัดเดียวที่สำรวจ เพียงจากการติดเชื้อเล็กนัอย สภาวะเช่นนี้ตอกย้ำความสำคัญของการรักษาสุขภาวะของร่างกาย เพื่อเป็นเกราะต้านทานโรคติดเชื้อโดยไม่ได้ดูแต่ตัวเชื้อโรคเท่านั้น

สำหรับการพัฒนาด้านนวัตกรรม ทางศูนย์ฯได้ร่วมพัฒนายาทำหมันสุนัขเพศผู้ ใช้เวลา 2 นาที ไม่ต้องกักขัง และหมันถาวร ภายในสองลัปดาห์ และประสบความสำเร็จมากกว่า 3,000 ตัว และยังศึกษาการใช้ยาต้านไวรัส RNA และการสร้างไวรัสปรับแต่งพันธุกรรมโดยทดลองในสัตว์ เช่น หนู และสุนัข ปรากฎรอดชีวิตจากเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าได้ อีกทั้งสามารถระบุกลไกการเคลื่อนตัวของไวรัสในสมองจากการศึกษาด้วยภาพรังสีวินิจฉัยจากคอมพิวเตอร์สมองชนิดพิเศษ โดยร่วมกับทีมจากโรงพยาบาลรามาธิบดี และยังพบกลไกการเกิดโรคสมองอักเสบจากเชื้อเริม และศึกษาการใช้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างเดียว โดยไม่ต้องใช้สารสกัดน้ำเหลืองในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในหนูแฮมสเตอร์ได้

จากผลงานที่ทำมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ศูนย์ฯได้รับทุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (DTRA) จำนวน 100 ล้านบาท อีกทั้งจากองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา(USAID) จำนวน 42 ล้านบาททั้งนี้เพื่อทำให้ศูนย์สามารถทำงานเพื่อประชาชน โดยประสานงานกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย รักษา ป้องกันและควบคุมโรคสำหรับคนไทยต่อไป