ผู้เสียสละแม้หมดลมหายใจ

ผู้เสียสละแม้หมดลมหายใจ

อุทิศร่างกายหลังจากเสียชีวิตด้วยความสมัครใจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยของนักศึกษาแพทย์ ร่างกายของผู้บริจาคนั้นจะถูกเรียกว่า “อาจารย์ใหญ่”

คุณประโยชน์อย่างเอนกอนันต์

คุณประโยชน์อย่างเอนกอนันต์

แพทย์ได้ศึกษามหกายวิภาคศาสตร์จนเกิดทักษะและมีความเชี่ยวชาญ จะได้นำความรู้ไปรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

โรงพยาบาลจุฬาฯ จะจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ (กรณีพิเศษ) อย่างสมเกียรติ โดยจะแจ้งทายาทมาร่วมงานพิธีอันยิ่งใหญ่และสมเกียรติกับการเสียสละนี้ด้วย

ตัวอย่างบัตรอุทิศร่างกาย

ตัวอย่างบัตรอุทิศร่างกาย

แสดงความจำนงพร้อมสำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ ณ สถานที่ที่รับอุทิศ ซึ่งจะได้รับบัตรภายใน 10 นาที

 

คำแนะนำสำหรับทายาทผู้อุทิศร่างกาย

คำแนะนำสำหรับทายาทผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์
1. เมื่อผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ถึงแก่กรรม ทายาทมีสิทธิ์ในการจะมอบร่างให้โรงพยาบาลฯ หรือ คัดค้านการมอบร่างให้โรงพยาบาลฯ ได้ โดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย และโรงพยาบาลจะไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ในร่างนั้นทั้งสิ้น
2. เมื่อผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ถึงแก่กรรม และทายาท ยินดีมอบร่างให้โรงพยาบาลฯ ควรติดต่อหน่วยงานราชการการปกครอง (อำเภอ เขต) เพื่อทำหลักฐานใบมรณบัตร
3. ติดต่อโรงพยาบาล เพื่อแจ้งการรับร่าง โดยติดต่อที่ ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ หมายเลขโทรศัพท์ 083-8299917

ทายาทเตรียมหลักฐานไว้ให้กับเจ้าหน้าที่รับร่าง ดังนี้
1. สำเนาใบมรณบัตร จำนวน 3 ฉบับ
2. สำเนาบัตรประจำตัวของทายาท ผู้มอบร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ

เจ้าหน้าที่ที่ไปรับร่าง จะแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ และนำเอกสารหนังสือสำคัญการมอบศพ ให้ญาติกรอกรายละเอียด ลงนามเป็นหลักฐาน พร้อมมอบเอกสารคำแนะนำภายหลังการรับศพ จำนวน 1 ฉบับ

เมื่อโรงพยาบาลฯ รับร่างมาแล้ว ร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ถือเป็นมรดกที่มอบไว้ให้กับโรงพยาบาลฯ ซึ่งโรงพยาบาลฯ จะนำมาใช้ศึกษา วิจัยทางการแพทย์ตามความเหมาะสม เป็นการสร้างประโยชน์ทางวิชาการสาธารณสุข อาทิเช่น
1. เพื่อใช้ในการศึกษาด้านกายวิภาคศาสตร์ ของนิสิตแพทย์
2. เพื่อการศึกษา วิจัยและฝึกหัตถการ การรักษา ของแพทย์และบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข
3. เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
4. เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์

เมื่อโรงพยาบาลฯได้ศึกษาและวิจัยเรียบร้อยแล้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะมีคณะกรรมการดำเนินการจัดงานฌาปนกิจ และขอพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ให้ นอกจากญาติประสงค์จะขอแยกไปดำเนินการเอง

โรงพยาบาลฯ ไม่สามารถรับศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ในกรณีดังต่อไปนี้
1. ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรมเกิน 20 ชั่วโมง ยกเว้น ได้เก็บไว้ในห้องเย็นของโรงพยาบาล
2. ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ได้รับการผ่าตัด หรือมีรอยเสียหายจากอุบัติเหตุ ยกเว้นดวงตา
3. ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรมจากสาเหตุจากโรคมะเร็งอย่างมาก บริเวณศีรษะและ สมอง ช่องอก ช่องท้อง หรือติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค และ พิษสุนัขบ้า
4. ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่มีคดี เกี่ยวข้องกับคดี หรือมีการผ่าพิสูจน์
5. ผู้อุทิศร่างกายฯ มีน้ำหนักมากเกินกว่า 80 กิโลกรัม หรือ ผอมมากลักษณะไม่มีกล้ามเนื้อ
6. ร่างกายผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ไม่เหมาะจะใช้ศึกษาได้ เช่น แขน ขา คด งอ จนเสียรูปร่าง